หลายครั้งเจ้าของบ้านอาจสงสัยว่า…
“ทำไมบ้านเราขายไม่ได้ ทั้งที่ตั้งราคาถูกกว่าตลาด?”
ความจริงแล้ว ราคาไม่ใช่ปัจจัยเดียว ที่ทำให้บ้านขายออกได้เร็ว การขายบ้านยังมีรายละเอียดอีกหลายอย่างที่เจ้าของบ้านมักมองข้าม วันนี้เรามาเจาะลึก 5 สาเหตุหลักที่ทำให้บ้านขายไม่ออก แม้จะตั้งราคาต่ำแล้วก็ตาม
1. สภาพบ้านทรุดโทรมและขาดการดูแล
แม้ว่าราคาจะน่าดึงดูดใจ แต่สภาพบ้านที่ทรุดโทรมก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ซื้อเมินหน้าหนีได้เช่นกัน ปัญหาต่างๆ เช่น รอยร้าวบนผนัง, สีลอกร่อน, หลังคารั่ว, หรือแม้กระทั่งสวนที่รกชัฏ ล้วนเป็นสัญญาณเตือนถึงค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่อาจบานปลายในอนาคต ผู้ซื้อส่วนใหญ่มองหาบ้านที่พร้อมเข้าอยู่ หรืออย่างน้อยก็ต้องอยู่ในสภาพดี การต้องมาเจอกับค่าซ่อมแซมจำนวนมากหลังซื้อบ้านจึงเป็นเรื่องที่ไม่มีใครต้องการ
คำแนะนำ: ก่อนเปิดบ้านให้ผู้ซื้อเข้าชม ควรลงทุนซ่อมแซมในส่วนที่จำเป็น ทาสีใหม่เพื่อสร้างความสดใส และจัดสวนให้ดูสะอาดตา การลงทุนเพียงเล็กน้อยนี้สามารถสร้างความประทับใจแรกและทำให้บ้านของคุณน่าสนใจยิ่งขึ้น
บ้านที่เต็มไปด้วยของตกแต่งส่วนตัว รูปภาพครอบครัว หรือสีสันที่จัดจ้านตามความชอบของเจ้าของ อาจทำให้ผู้ซื้อไม่สามารถจินตนาการตัวเองอาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นได้ พวกเขาอาจรู้สึกเหมือนกำลังบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่นมากกว่าการมาดูบ้านของตัวเองในอนาคต
คำแนะนำ: พยายามทำให้บ้านดูเป็นกลางมากที่สุด จัดเก็บของใช้ส่วนตัวที่ไม่จำเป็นออกไป ทาสีผนังด้วยโทนสีอ่อนๆ ที่สบายตา เช่น สีขาว ครีม หรือเทาอ่อน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อได้ใช้จินตนาการและมองเห็นศักยภาพของพื้นที่ในการตกแต่งตามสไตล์ของตนเอง
ทำเลที่ตั้งเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ในการเลือกซื้อบ้าน ต่อให้บ้านของคุณสวยและราคาดีแค่ไหน แต่หากตั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่น่าอยู่ เช่น เพื่อนบ้านส่งเสียงดัง, มีปัญหาน้ำท่วมขัง, อยู่ใกล้แหล่งมลพิษ หรือมีปัญหาสัตว์รบกวน ก็อาจทำให้ผู้ซื้อลังเลและตัดสินใจไม่ซื้อได้
คำแนะนำ: แม้ว่าคุณจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมภายนอกได้ แต่การให้ข้อมูลที่ตรงไปตรงมาและโปร่งใสกับผู้ซื้อเป็นสิ่งสำคัญ หากมีปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ เช่น การจัดการเรื่องน้ำท่วมขังในบริเวณบ้าน ก็ควรดำเนินการให้เรียบร้อย
ในยุคดิจิทัลที่ผู้คนมักค้นหาข้อมูลบ้านผ่านช่องทางออนไลน์เป็นอันดับแรก รูปถ่ายและคำบรรยายประกาศขายจึงเปรียบเสมือนด่านแรกที่จะสร้างความประทับใจ รูปถ่ายที่มืดมัว, ไม่คมชัด, หรือถ่ายทอดมุมมองที่ไม่สวยงามของบ้าน จะทำให้บ้านของคุณถูกมองข้ามไปอย่างง่ายดาย เช่นเดียวกับคำบรรยายที่สั้นเกินไปหรือไม่ให้ข้อมูลที่สำคัญ
คำแนะนำ: ลงทุนจ้างช่างภาพมืออาชีพเพื่อถ่ายรูปบ้านของคุณในมุมมองที่ดีที่สุด เน้นจุดเด่นของบ้าน เช่น แสงธรรมชาติที่ส่องถึง, พื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง หรือการตกแต่งที่สวยงาม เขียนคำบรรยายที่น่าสนใจและให้ข้อมูลครบถ้วน ทั้งขนาดพื้นที่, จำนวนห้อง, และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
การติดป้าย “ขาย” ไว้หน้าบ้านเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในยุคปัจจุบัน หากไม่มีการทำการตลาดที่ครอบคลุมและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม บ้านของคุณก็อาจจะยังคงเงียบเหงาต่อไป การเลือกใช้ช่องทางการตลาดที่ไม่เหมาะสมหรือไม่หลากหลาย อาจทำให้พลาดโอกาสในการเจอกับผู้ซื้อตัวจริง
คำแนะนำ: ใช้ช่องทางการตลาดที่หลากหลาย ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เช่น เว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์, โซเชียลมีเดีย, และการบอกต่อผ่านเครือข่ายคนรู้จัก การพิจารณาใช้บริการนายหน้าอสังหาริมทรัพย์มืออาชีพก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี เนื่องจากพวกเขามีเครือข่ายและประสบการณ์ในการเข้าถึงผู้ซื้อที่มีศักยภาพได้มากกว่า
สรุป
บ้านราคาถูก ไม่ได้หมายความว่าจะขายได้เสมอไป ปัจจัยสำคัญอยู่ที่ “ภาพลักษณ์ การตลาด และความน่าเชื่อถือ” หากเจ้าของบ้านจัดการ 5 สิ่งนี้ได้ดี โอกาสปิดการขายก็จะสูงขึ้นมาก
และหากไม่ถนัดด้านการตลาดหรือการเจรจา ลองใช้บริการ นายหน้าอสังหามืออาชีพ ที่มีประสบการณ์และเครือข่ายผู้ซื้อ ก็จะช่วยให้บ้านขายได้ไวและได้ราคาที่คุ้มค่าที่สุด